สร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่าสำหรับธุรกิจรถยูสคาร์เพื่อคุณ

ข่าวสาร สาระ ความรู้ รถยนต์มือสอง, ข่าวรถยนต์ใช้แล้ว, Used Car News

02 พ.ค. 2026

การเปรียบเทียบความคุ้มค่าในระยะยาวระหว่างรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV), รถยนต์ไฮบริด (HEV/PHEV) และรถยนต์สันดาป (ICE)


การเปรียบเทียบความคุ้มค่าในระยะยาวระหว่างรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV), รถยนต์ไฮบริด (HEV/PHEV) และรถยนต์สันดาป (ICE) สามารถพิจารณาได้จากต้นทุนการถือครองตลอดอายุการใช้งาน (ประมาณ 10 ปี) ซึ่งครอบคลุมทั้งค่าพลังงาน ค่าซ่อมบำรุง ค่าประกันภัย และค่าเสื่อมราคา โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ:
1. ต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน 10 ปี จากการประเมินต้นทุนการถือครองรถยนต์นั่งตลอด 10 ปี พบว่า รถ BEV เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าในระยะยาวได้ดีที่สุด รองลงมาคือรถไฮบริด และรถสันดาปมีต้นทุนสูงที่สุด
โดยมีตัวเลขค่าใช้จ่ายรวมโดยประมาณดังนี้:
รถ BEV: มีภาระค่าใช้จ่ายรวมต่ำที่สุด ประมาณ 386,166 บาท
รถไฮบริด: มีภาระค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 426,868 บาท
รถสันดาป (ICE): มีภาระค่าใช้จ่ายรวมสูงที่สุด ประมาณ 456,976 บาท
2. ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน
รถ BEV: ก่อให้เกิดรายจ่ายจากการชาร์จไฟต่ำที่สุดเพียงประมาณ 62 บาท/วัน หรือราว 2.3 หมื่นบาท/ปี
รถไฮบริด (HEV): เป็นตัวเลือกที่ประหยัดพลังงานได้ดีที่สุดในกลุ่มที่ยังใช้น้ำมัน โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 108 บาท/วัน หรือ 4 หมื่นบาท/ปี
รถสันดาป: มีต้นทุนค่าเชื้อเพลิงสูงกว่ารถ BEV กว่าเท่าตัว โดยเฉลี่ยประมาณ 126-139 บาท/วัน หรือ 4.6-5.1 หมื่นบาท/ปี
3. ค่าซ่อมบำรุงรักษา
รถ BEV: มีค่าใช้จ่ายในการเช็กระยะต่ำที่สุด (ประมาณ 8,500 บาท สำหรับระยะทาง 1 แสนกิโลเมตร) เนื่องจากมีชิ้นส่วนประกอบหลักเพียง 7 ชิ้น
รถสันดาปและรถไฮบริด: มีค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาใกล้เคียงกันที่ประมาณ 2.7 หมื่นบาท (สำหรับ 1 แสนกิโลเมตร)
ข้อควรระวัง (ต้นทุนแฝง): สำหรับรถ BEV ในระยะยาวอาจมีข้อกังวลสำคัญคือ ค่าเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ (SOH – State of Health) หากจำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ อาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึงหลักแสนบาท
ซึ่งสำหรับผู้ซื้อรถในยุคเปลี่ยนผ่าน รถสันดาปยังถือเป็นทางเลือกที่ซ่อมบำรุงคาดเดาได้ง่าย อะไหล่หาง่าย และไม่ต้องกังวลภาระค่าแบตเตอรี่
4. ค่าเบี้ยประกันภัย
รถ BEV: ปัจจุบันเบี้ยประกันชั้น 1 แพงกว่ารถสันดาปและไฮบริดกว่าเท่าตัว โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 31,221 บาท/คัน/ปี
เนื่องจากราคาอะไหล่สูง อู่ซ่อมมีน้อย และความรุนแรงจากอุบัติเหตุที่มากกว่าด้วยน้ำหนักตัวรถ
รถสันดาปและรถไฮบริด: ค่าเบี้ยประกันภัยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 17,600 – 17,700 บาท/คัน/ปี ซึ่งถูกกว่ามาก
5. ค่าเสื่อมราคาและมูลค่าขายต่อ (Depreciation)
รถ BEV และรถไฮบริด: มูลค่าคงเหลือมีแนวโน้มลดลงอย่างรวดเร็ว โดยอาจเสื่อมค่าลงมากถึงเกือบ 50% หลังจากใช้งานไปเพียง 1 ปี
ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสงครามราคาที่ค่ายรถปรับลดราคารถใหม่ลงอย่างต่อเนื่อง
รถสันดาป: สามารถรักษามูลค่าในปีแรกไว้ได้ดีกว่าที่ระดับ 67% ของราคารถใหม่
ทำให้ราคาขายต่อแข็งแกร่งและปลอดภัยต่อเงินในกระเป๋ามากกว่าหากต้องการขายต่อ
สรุปความคุ้มค่าในแต่ละช่วงเวลา:
ระยะสั้น (1-3 ปีแรก): การถือครองรถ BEV จะมีต้นทุนสูงที่สุด เนื่องจากภาระเบี้ยประกันและค่าเสื่อมราคาที่ตกหนัก
ในขณะที่ รถไฮบริด จะตอบโจทย์ได้ดีที่สุดในระยะสั้น เพราะต้นทุนการใช้งานเฉลี่ยในช่วง 1-2 ปีแรกต่ำที่สุด
ระยะยาว (ปีที่ 7 ขึ้นไป): รถ BEV จะกลับมาเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดอย่างแท้จริง เพราะความประหยัดจากค่าชาร์จไฟและค่าเช็กระยะ จะทยอยหักล้างชดเชยกับค่าเบี้ยประกันที่แพงกว่าได้จนหมด
ดังนั้น หากคุณวางแผนใช้งานรถยาวนานระดับ 10 ปีขึ้นไป การเลือก BEV จะช่วยให้ประหยัดเงินได้สูงสุด แต่หากคุณต้องการความอุ่นใจในเรื่องราคาขายต่อ เบี้ยประกัน และความสะดวกในการซ่อมบำรุง รถไฮบริด หรือ รถสันดาป ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่าในยุคนี้ครับ
24 ม.ค. 2026

ภาพรวมของตลาดรถยนต์มือสองในปี 2569 (2026)

ภาพรวมของตลาดรถยนต์มือสองในปี 2569 (2026) มีแนวโน้ม “ฟื้นตัวแต่มีความผันผวนสูง” ครับ โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับโครงสร้างราคาของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ป้ายแดง และความเข้มงวดของการปล่อยสินเชื่อ
นี่คือสรุปข้อมูลสำคัญและเทรนด์ที่คุณควรรู้ครับ:
1. ภาพรวม: ตลาดโตขึ้นแต่ผู้ซื้อ “ระมัดระวัง”
ความต้องการสูงขึ้น: ผู้บริโภคหันมามองรถมือสองมากขึ้นเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว ทำให้ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย (Cost-conscious) และราคารถป้ายแดงบางรุ่นที่ปรับตัวสูงขึ้น
สินเชื่อเข้มงวด: สถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยกู้ (โดยเฉพาะรถที่อายุเกิน 10 ปี หรือกลุ่มกระบะ) ทำให้ตลาดกลุ่มนี้บีบให้ผู้ซื้อต้องซื้อด้วย “เงินสด” มากขึ้น หรือผู้ขายต้องลดราคาลงเพื่อจูงใจ
2. เทรนด์เจาะรายกลุ่มรถยนต์ (Segment)
รถเก๋งเล็ก / Eco Car (B-Segment):
แนวโน้ม: เป็นที่ต้องการสูงสุด โดยเฉพาะกลุ่ม First Jobber หรือนักศึกษาที่ต้องการรถคันแรก
ช่วงเวลา: ตลาดคึกคักที่สุดช่วง มกราคม – มีนาคม (หลังโบนัสออกและก่อนเปิดเทอม)
รุ่นฮิต: Toyota Yaris, Honda City, Honda Civic ยังคงเป็นกลุ่มที่มีสภาพคล่องสูง
รถครอบครัว / SUV / PPV:
แนวโน้ม: ความต้องการจะไต่ระดับขึ้นในช่วง กุมภาพันธ์ – มีนาคม เพื่อรองรับการเดินทางไกลช่วงสงกรานต์
จุดเด่น: รถ 7 ที่นั่งหรือรถยกสูงยังเป็นที่นิยมสำหรับครอบครัวใหญ่ แต่ผู้ซื้อจะเปรียบเทียบราคากับรถ EV จีนป้ายแดงที่เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดอย่างหนัก
รถกระบะ (Pickup):
แนวโน้ม: “น่าห่วง” ยอดขายรถกระบะ (ทั้งใหม่และเก่า) ชะลอตัวต่ำสุดในรอบหลายปี เนื่องจากกลุ่มผู้ใช้งานหลัก (SME/เกษตรกร) มีกำลังซื้อลดลงและหนี้ครัวเรือนสูง ทำให้ไฟแนนซ์ปล่อยกู้ยากที่สุด
3. ปัจจัยเสี่ยงและตัวแปรสำคัญในปี 2569
สงครามราคา EV (EV Price War):
เมื่อรถ EV ป้ายแดงลดราคาถล่มทลาย (บางรุ่นลดหลักแสน) จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคารถมือสอง (ทั้งรถน้ำมันและ EV มือสอง) ให้ต้องปรับราคาลงตามทันทีเพื่อรักษาช่องว่างราคาให้จูงใจผู้ซื้อ
คำแนะนำ: หากคุณเล็งรถรุ่นที่มีคู่แข่งเป็น EV (เช่น C-Segment SUV) ให้เช็คราคาป้ายแดง ณ ปัจจุบันให้ดีก่อนตัดสินใจ
รถ EV มือสอง:
เริ่มมีรถ EV ไหลเข้าสู่ตลาดมือสองมากขึ้น แต่ราคาจะผันผวนสูงมาก ผู้ซื้อจะกังวลเรื่อง “ประกันแบตเตอรี่” และ “สุขภาพแบตเตอรี่” เป็นปัจจัยอันดับ 1 ในการต่อรองราคา
Digital & Online:
การซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และการประเมินสภาพรถผ่าน AI จะมีบทบาทมากขึ้น ช่วยให้เช็คราคากลางได้แม่นยำขึ้น ลดโอกาสถูกย้อมแมว
4. สรุปคำแนะนำสำหรับปี 2569
สำหรับผู้ซื้อ: ปีนี้เป็นปีของผู้ซื้อที่มี “เงินสด” หรือเครดิตดี คุณจะมีอำนาจต่อรองสูงมาก โดยเฉพาะรถที่อายุเกิน 7-10 ปีที่จัดไฟแนนซ์ยาก
สำหรับผู้ขาย: หากต้องการขายรถเก๋ง ให้รีบขายในช่วงต้นปี (ก่อนงาน Motor Show ปลายเดือนมีนาคม) เพราะเมื่อมีรถรุ่นใหม่เปิดตัว ราคารถเก่าจะถูกกดลงอีกครับ
20 ก.ค. 2021
use car 200721

เกียร์ S คืออะไร ใช้ตอนไหนดี

เกียร์เป็นอุปกรณ์หลักที่ช่วยควบคุมการขับขี่ ซึ่งเกียร์แต่ละโหมดใช้งานแตกต่างกันเกียร์ S คืออะไร ใช้ตอนไหนดี


เกียร์ S คืออะไร ใช้ตอนไหนดี
รถจะมีเกียร์อยู่ 2 ประเภทคือ เกียร์ธรรมดากับเกียร์อัตโนมัติ แต่ในเกียร์อัตโนมัติของรถยนต์หลายรุ่นจะมีตำแหน่ง S มาให้ด้วย เกียร์ S ย่อมาจากคำว่า Sport ตำแหน่งเกียร์ S จะช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ช้าลงจึงทำให้สามารถลากรอบเครื่องยนต์ได้ ทำให้รถมีกำลังมากขึ้น เหมาะสำหรับการขับขี่ขึ้นเขาหรือตอนขับเร่งแซง

จะใช้เกียร์ S ตอนไหนดี
เร่งแซง ใช้เกียร์ S คือตอนเร่งเครื่องแซง หรือขับขึ้นเนินเขาที่มีความสูงชัน เมื่อเปลี่ยนเกียร์ D เป็นเกียร์ S เครื่องยนต์จะสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ มีทั้งแรงม้าและแรงบิดที่อยู่ในสถานะ “รอ” พร้อมใช้งาน เพียงแค่ตบคันเร่งเบาๆ ก็ขับรถต่อได้
ขึ้น–ลงทางลาดชัน หากมีป้ายบอกว่า “ทางลาดชัน กรุณาใช้เกียร์ต่ำ” นั่นหมายความว่า ควรเปลี่ยนมาใช้เกียร์ S ได้แล้ว แต่ถ้าทางลาดชันมากๆ การใช้เกียร์ S ก็อาจจะไม่เพียงพอ รถบางรุ่นจึงมีทั้งเกียร์ S และเพิ่มเกียร์ L มา เพื่อใช้สำหรับเวลาที่ต้องขับรถทางที่มีความชันมากๆ จึงจำป็นต้องใช้เครื่องยนต์ที่มีกำลังสูงๆ
ลดภาระระบบเบรค ในเครื่องยนต์จะมี Engine Brake ที่สามารถช่วยลดภาระในการใช้เบรคเท้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งก็คือโหมด S ที่เป็นเกียร์ต่ำ อย่างเช่น กรณีที่ขับรถเกียร์ D ในความเร็วสูง แต่ต้องเบรค การเบรคเท้าอย่างเดียวจะทำให้สิ้นเปลืองผ้าเบรค โดยเฉพาะบนทางลาดชันการใช้เบรคเท้าอย่างเดียวจะสร้างภาระให้เบรคมากเกินจำเป็น จนอาจทำให้เกิดอาการเบรค Fade และเป็นอันตรายได้

คราวนี้คงทราบกันแล้วว่า การขับรถโดยใช้เกียร์ s ทำยังไง แต่การขับขี่ขึ้นลงทางชันควรต้องดูตามความเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ด้วย เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง

อ่านต่อ

ที่มา:Autospinn.com

10 ก.ค. 2021
use car 210710

MINI Cooper เครื่องยนต์ V8 ขับเคลื่อนล้อหลัง จากสำนักแต่ง Powerflex

MINI คันนี้เป็นโปรเจ็คของ Powerflex ผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งระบบกันสะเทือนรถยนต์ของอังกฤษ ได้แนะนำ Vini, Powerflex V8 โดยนำ Mini มาใส่เครื่องยนต์ V8 ขับเคลื่อนล้อหลัง เปิดตัวครั้งแรกที่งาน Goodwood Festival of Speed ปี 2021 โปรเจ็คนี้ใช้เวลาถึง 4 ปีจนสำเร็จ


Vini, The Powerflex V8 Mini Cooper

ขุมพลังของ Vini ใช้เครื่องยนต์ของ BMW S65 V8 ขนาด 4.0 ลิตร สร้างกำลังได้ถึง 414 แรงม้า ที่มีอยู่ใน F80 รุ่นที่ 3 อย่างที่คาดเอาไว้ การใส่เครื่องยนต์ในแนวยาวไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด

เพื่อรองรับการปรับแต่งครั้งนี้ พื้นที่ใต้ท้องและแผงกั้นทั้งหมด มีการทำขึ้นใหม่ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้มากขึ้น เครื่องยนต์และเฟืองท้ายอยู่เฟรมของ Subaru Impreza STI ที่ได้รับการดัดแปลง ทั้งหมดติดตั้งและเชื่อมต่อกันด้วย Powerflex polyurethane ปรับแต่งด้วย McPherson struts ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษและมีความปลอดภัย

มากไปกว่านั้น การโมดิฟายด์ทั้งหมดนี้ประสบความสำเร็จโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโครงสร้างตัวถังของ Mini Cooper เลย ห้องโดยสารก็ได้รับการตกแต่งใหม่เช่นเดียวกัน มีน้ำหนักของรถคันนี้อยู่ที่ 1,300 กิโลกรัม หลังจากเปลี่ยนเครื่องยนต์

อย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้น Powerflex ได้เข้าร่วมงานจัดแสดงในงาน 2021 Goodwood Festival of Speed จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 11 ก.ค. 2021

อ่านต่อ

ที่มา:Autospinn.com

29 มิ.ย. 2021
use car 290621

ดอกยางสึก ดูยังไง??

ยางรถยนต์เป็นชิ้นส่วนที่สำคัญมากที่ไม่ควรมองข้าม หากเราใช้ยางรถยนต์มานาน ต้องหมั่นตรวจสอบและเช็คยางรถยนต์ว่า สภาพยางเป็นยังไง ดอกยางสึก ดูยังไง?? 


ดอกยางสึก ดูยังไง??
ถ้าสังเกตดอกยาง หรือลวดลายของยาง ที่มีรูปแบบหรือลายแตกต่างเพื่อประโยชน์ในการใช้งานของยางและลักษณะของผู้ขับขี่รถในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งยางแต่ละเส้นมีอายุการใช้งานที่แตกต่างกันด้วย ขึ้นอยู่กับสไตล์การขับขี่หรือการใช้งาน

วิธีสังเกตดอกยางสึกง่ายๆ คือการตรวจดูสภาพดอกยางเบื้องต้น
ให้มองหาสัญลักษณ์สามเหลี่ยมที่แก้มยาง (ผู้ผลิตบางราย อาจใช้สัญลักษณ์อื่นเล็กๆ)  และสังเกตตามแนวดอกยาง ที่สามเหลี่ยมชี้

สัญลักษณ์สามเหลี่ยมบนไหล่ยางจะบอกตำแหน่งของสะพานยางในร่องยาง หากดอกยางสึกหลอจนไปถึงเทียบเท่าสะพานยางแล้ว หมายความว่า ดอกยางถูกใช้งานไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะมีผลต่อระยะการเบรกเวลาที่ถนนเปียก ฉะนั้น หากดอกยางตื้นจนเกือบเสมอสัญลักษณ์ดังกล่าว แปลว่าได้เวลาเปลี่ยนยางเส้นใหม่แล้ว
เจ้าของรถควรตรวจเช็คสภาพรถและสภาพยางอย่างสม่ำเสมอ เช็คลมยางก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคุณเอง

อ่านต่อ

ที่มา:Autospinn.com

08 มิ.ย. 2021
use car 210806

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศค่าชาร์จแบตฯรถยนต์ไฟฟ้า 2.63 บาท/หน่วย

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2564 ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับสถานีอัดประจุไฟฟ้าของยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้เงื่อนไขการบริหารจัดการแบบ Low Priorityด้วย คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ กำหนดค่าชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 2.63 บาท/หน่วย ค่าบริการอีก 312 บาทต่อเดือน


ราชกิจจานุเบกษา ประกาศค่าชาร์จแบตฯรถยนต์ไฟฟ้า 2.63 บาท/หน่วย
ล่าสุด เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาประกาศการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เรื่องอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับสถานีอัดประจุไฟฟ้าของยานยนต์ไฟฟ้า ภายใต้เงื่อนไขการบริหารจัดการแบบ Low Priority ด้วยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2563 เห็นชอบแนวทางการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับสถานีอัดประจุไฟฟ้าของยานยนต์ ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ค่าพลังงานไฟฟ้า ค่าบริการรายเดือน และค่า Ft โดยค่าพลังงานไฟฟ้า ทุกระดับแรงดัน 2.6369 บาท/หน่วย ค่าบริการทุกระดับแรงดัน 312.24 บาท/เดือน

ส่วนอัตราตามช่วงเวลาของการใช้ แรงดัน 22 – 33 กิโลโวลท์ ช่วง Peak ค่าพลังงานไฟฟ้า 5.1135 บาท/หน่วย ช่วง Off Peak 2.6037 บาท/หน่วย ส่วนค่าบริการเท่ากัน 312.24 บาท/เดือน

แรงดันต่ำกว่า 22 กิโลโวลท์ ช่วง Peak ค่าพลังงานไฟฟ้า 5.7982 บาท/หน่วย ช่วง Off Peak 2.6369 บาท/หน่วย ส่วนค่าบริการเท่ากัน 46.16 บาท/เดือน

ทั้งนี้ อัตราค่าไฟฟ้าประเภทนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ค่าไฟฟ้าประจำเดือน เมษายน 2564 เป็นต้นไป จนถึงค่าไฟฟ้าประจำเดือนมีนาคม 2566 หรือจนกว่าจะมีประกาศโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม

หมายเหตุ : ช่วง Peak วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00น. – 22.00 น. ช่วง Off Peak วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 22.00 น. – 09.00 น. ,วันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 00.00 น. – 24.00 น.และอัตราค่าไฟฟ้าข้างต้น ยังไม่รวมค่า Ft และภาษีมูลค่าเพิ่ม

อ่านต่อ

ที่มา:Autospinn.com

31 พ.ค. 2021
use car 213105

5 ไอเท็ม “ห้ามเก็บ” ไว้ในรถขณะจอดกลางแดดอย่างเด็ดขาด

การจอดรถทิ้งไว้กลางแดด โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนที่แดดจัดเช่นนี้ อุณหภูมิภายในรถที่ปิดกระจกสนิททั้ง 4 บาน อาจพุ่งสูงถึง 50-60 องศาเซลเซียสได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตภายในรถแล้ว ยังอาจทำให้สิ่งของภายในรถเกิดความเสียหายจนเป็นอันตรายได้เช่นกัน


Sanook Auto จึงขอแนะนำ 5 ไอเท็มที่ไม่ควรเก็บไว้ในรถขณะจอดกลางแดดเป็นอันขาด มีอะไรบ้าง?

1.กระป๋องสเปรย์

กระป๋องสเปรย์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสเปรย์น้ำหอมปรับอากาศ, สเปรย์ฆ่าแมลง, สเปรย์ซิลิโคน ฯลฯ ล้วนแต่มีแรงดันอัดอยู่ภายในกระป๋อง หากได้รับความร้อนสะสมเป็นระยะเวลานาน แรงดันก็จะค่อยๆ เพิ่มจนทำให้เกิดการระเบิดได้ ซึ่งแรงระเบิดก็มากพอที่จะทำให้กระจกรถแตกละเอียด รวมถึงสารที่อยู่ภายในกระป๋องยังกระจายไปทั่วห้องโดยสารจนได้รับความเสียหายอีกต่างหาก

2.ขวดและกระป๋องน้ำอัดลมที่ยังไม่ได้เปิด

ข้อนี้เป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม เนื่องจากน้ำอัดลมเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมสำหรับแก้ง่วงในขณะเดินทาง แต่น้ำอัดลมไม่ว่าจะเป็นแบบขวดหรือกระป๋อง หากเผลอทิ้งไว้ในรถที่ร้อนจัด ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะขยายตัวออกจนทำให้เกิดการระเบิดได้ ซึ่งแรงระเบิดก็มากพอที่จะทำให้กระจกรถแตกเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังเคยมีข่าวว่าน้ำนมถั่วเหลืองในรูปแบบขวดแก้ว ก็สามารถระเบิดได้แม้ว่าไม่ได้จอดรถทิ้งไว้กลางแดดก็ตาม ซึ่งขณะนั้นมีผู้สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากนมเน่าเสียจนเกิดเป็นก๊าซ กลายเป็นแรงดันมากพอที่ทำให้ขวดระเบิดในที่สุด

3.ไฟแช็ก

ภายในไฟแช็กจะบรรจุของเหลวจำพวกบิวเทนหรือแนฟทา ซึ่งมีแรงดันอยู่ภายใน ยิ่งหากเป็นไฟแช็กที่ผ่านการใช้งานมานาน มีปริมาณของเหลวเหลือน้อย ส่งผลให้มีที่ว่างมากพอที่จะสะสมแก๊สแล้วเกิดการขยายตัวจนระเบิดในที่สุด จึงควรหลีกเลี่ยงการทิ้งไฟแช็กไว้ในรถขณะจอดกลางแดด

4.เพาเวอร์แบงค์

แม้ว่าเพาเวอร์แบงค์ในปัจจุบันจะถูกพัฒนาให้มีความปลอดภัยสูง แต่หากเป็นเพาเวอร์แบงค์ราคาถูกที่มีคุณภาพต่ำ ผ่านการใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน หรือผ่านการตกหล่นเสียหายมาแล้ว ก็มีสิทธิ์ที่จะเกิดระเบิดขณะทิ้ไว้ในรถร้อนๆ ได้เช่นกัน เนื่องจากลิเธียมที่อยู่ภายในเพาเวอร์แบงค์เป็นโลหะที่ไวต่อปฏิกิริยาทางเคมี จนทำให้เกิดการลัดวงจรนั่นเอง

5.สีเทียน, ยางลบ

บ้านใครที่มีเด็กเล็กอยู่ในวัยที่ชอบขีดเขียน ก็ไม่ควรเก็บสีเทียนและยางลบทิ้งไว้ในรถโดยเด็ดขาด เนื่องจากสีเทียนอาจจะลายจนทำให้อุปกรณ์ภายในรถเกิดความเสียหาย ส่วนยางลบก็มีตัวทำละลายพลาสติก อาจทำให้ชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติก เช่น แผงคอนโซล, ที่วางแก้ว ฯลฯ เกิดความเสียหายไดเช่นกัน

อ่านต่อ

ที่มา:Sanook.com

29 พ.ค. 2021
use car 212905

ไฟตัดหมอกควรใช้ตอนไหน ใช้อย่างไร??

หลายท่านอาจจะส่งใสหรือตั้งคำถามกับสัญลักษณ์บนหน้าปัด รถว่าคืออะไร??


ไฟตัดหมอก

บนหน้าปัดรถมีไฟเตือนหลายอย่างต่างความหมายกันไป แต่รูปไฟเขียวส้มที่เราเห็นบ่อยนั้นมันคืออะไรใช้ตอนไหนบ้าง วันนี้เรามาหาคำตอบกัน

เราอาจจะได้ยินกันบ่อยครั้งกับคำว่าไฟตัดหมอก บางคนติดตั้งเพิ่มหรือรถบางคันก็มีติดมาจากโรงงาน บางท่านเข้าใจว่าเป็นของแต่ง จริงๆจะนับเป็นของแต่งก็ได้แต่ก็ต้องใช้งานให้ถูกต้องด้วยเช่นกัน

ไฟเขียวด้านบนไฟตัดหมอกหน้า ไฟส้มด้านล่างไฟตัดหมอกหลัง

ใช้ไฟตัดหมอกตอนไหน

 

 

อ่านต่อ

ที่มา:autospinn.com

26 พ.ค. 2021
use car 212605

ฤกษ์ออกรถเดือนมิถุนายน 2564

มาแล้วววววว ฤกษ์ออกรถเดือนมิถุนายน 2564 ท่านใดที่มีโอกาสได้ออกรถใหม่ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ อย่าลืมมาดูฤกษ์ออกรถ เพื่อให้เป็นมงคล สำหรับรถคันใหม่ วันไหนเป็นวันดี เหมาะแก่การออกรถยนต์ เสริมสิริมงคล


ฤกษ์ออกรถเดือนมิถุนายน 2564
เดือนมิถุนายน 2564 ออกรถวันไหนดี

ฤกษ์ออกรถ เดือนมิถุนายน 2564

วันพุธที่ 2 เดือนมิถุนายน 2564
วันอังคารที่ 8 เดือนมิถุนายน 2564
วันอังคารที่ 15 เดือนมิถุนายน 2564
วันพุธที่ 23 เดือนมิถุนายน 2564
วันจันทร์ที่ 28 เดือนมิถุนายน 2564

 

อ่านต่อ

ที่มา:autospinn.com

25 พ.ค. 2021
use car 212505

ล้างรถคาร์แคร์ อย่าลืมของสำคัญไว้ในรถ

ทำงานจนไม่มีแวลาดูแลความสะอาดรถ หากต้องการล้างรถคาร์แคร์ อย่าลืมของสำคัญไว้ในรถ


ล้างรถคาร์แคร์ อย่าลืมของสำคัญไว้ในรถ
คาร์แคร์ มีบริการล้าง ทำความสะอาดรถให้เหมือนใหม่ แต่หากทิ้งรถไว้ โดยไม่ได้เก็บของสำคัญหรือเรื่องทรัพย์สินที่อยู่ในรถ ก็อาจเกิดปัญหาของสูญหายได้ ดังนั้นก่อนทิ้งรถให้พนักงานคาร์แคร์ ให้ตรวจสอบดังนี้

บัตรหรือเอกสาร ที่มีการระบุที่อยู่ของเรา เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหาทำให้มิจฉาชีพตามไปโจรกรรมภายหลัง
กุญแจ กุญแจบ้าน กุญแจตู้เซฟ ฯลฯ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกนำเอาไปปั๊ม
เก็บของมีค่าทุกอย่างออกจากรถ ก่อนนำรถไปล้างที่คาร์แคร์ ตรงนี้รวมถึงเอกสารสำคัญต่างๆ เงินเหรียญ พระเครื่องฯลฯ

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีความจำเป็นต้องล้างรถ โดยไปทำธุระระหว่างนั้น การทิ้งกุญแจรถให้กับคาร์แคร์ หากรถเป็นกุญแจรีโมทควรให้กุญแจสำรองที่เป็นลูกกุญแจให้กับทางร้าน แม้หากเกิดการปั๊มก็อปปี้กุญแจเกิดขึ้้นก็สามารถทำได้แค่ลูกกุญแจเท่านั้นไม่สามารถก็อปปี้โค๊ดของกุญแจได้ ทำให้ดอกที่ก็อปปี้ ไม่สามารถใช้สตาร์ทรถได้

เวลารับรถ ให้ตรววจเช็คสิ่งของในรถว่ายังอยู่หรือไม่ เเละตรวจเช็คสภาพรถภายนอกด้วยการเดินวนสำรวจว่ามีรอยความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นหรือไม่ ประเด็นสำคัญควรล้างรถร้านประจำที่เราเป็นสมาชิก หรือไว้วางใจ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับรถของเรา

 

อ่านต่อ

ที่มา:autospinn.com